บวงสรวง”พระนารายณ์ทรงสุบรรณ”หน้าพระตำหนักปากพนัง
บวงสรวง”พระนารายณ์ทรงสุบรรณ” หน้าพระตำหนักปากพนัง
นายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาสำนักพระราชวังฝ่ายกิจการพิเศษ และว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน์ เชาวลิต เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงองค์พระนารายณ์ทรงสุบรรณ ประดิษฐาน ณ บริเวณลานหน้าองค์พระตำหนักประทับแรม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปี ในการถวายพระตำหนักประทับแรม อีกทั้งเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโครงการพระราชดำริให้แก่พสกนิกรชาวนครศรีธรรมราช
สำหรับการประกอบพิธีได้จัดให้มีการพิธีบวงสรวงองค์พระนารายณ์ทรงสุบรรณ มีอาจารย์ฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ สำนักพระราชวัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองพระราชพิธี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โหรพราหมณ์จากกองพิธีจำนวน 7 ท่าน พราหมณ์หลวง สำนักพระราชวังเป็นผู้อ่านโองการประกอบพิธีการบวงสรวงตามพิธีหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลทั้งปวง โดยมีเครื่องบวงสรวงครบครันตามโบราณราชประเพณี ท่ามกลางข้าราชการจำนวนมาก ประชาชนจากองค์กรต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ปากพนัง หลังจากนั้น นายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาสำนักพระราชวังฝ่ายกิจการพิเศษ ได้เป็นประธานในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำนับล้านตัวที่บริเวณท่าน้ำริมประตู ระบายน้ำอุทกวิภาชน์ประสิทธิ์ ที่ก่อสร้างขึ้นตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระ อาการประชวรโดยเร็ว
สำหรับองค์พระนารายณ์ทรงสุบรรณที่ประดิษฐานอยู่บริเวณลานหน้าพระตำหนัก ประทับแรมปากพนังนั้น ชาวบ้านในอำเภอปากพนัง และข้าราชการในพระองค์ร่วมทั้งข้าราชการพลเรือนต่างเคารพในความศักดิ์สิทธิ์ ที่มีกฤษฎาภินิหารตั้งแต่เมื่อครั้งหล่อและบวงสรวงครั้งแรกทั้งปรากฏการณ์ พระอาทิตย์ทรงกลดขณะประกอบพิธีกรรม และปรากฏการณ์อื่นๆ ต่อหน้าผู้เข้าร่วมพิธีเมื่อครั้งนั้น ซึ่งนายภิญโญ สุวรรณคีรี สถาปนิกผู้ออกแบบพระตำหนักดังกล่าวได้มีการบันทึกไว้อย่างละเอียด
ที่มา www.khaosod.co.th
วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6940 ข่าวสดรายวัน
One Comment on “บวงสรวง”พระนารายณ์ทรงสุบรรณ”หน้าพระตำหนักปากพนัง”
เชียงใหม่นิวส์ ๑/๑๒/๒๕๕๒ ตีข่าว พระมหามิ่งมิตร ปภสฺสโร วัดหม้อคำตวง เมืองเชียงใหม่ ร่วมกับร่างทรงพระศิวะทิพย์ญาณ จัดพิธีกรรมแห่พระพุทธรูปทรงบาตรและพระสิวลีนำลาภ รับปิณฑ์เงินบริจาค ตลอดเส้นทางดอนเปา -ไปสู่วัดดอยหยุด แม่วาง เชียงใหม่ จุดที่สังเกต คือ อาศัยบารมีของพระศิวะทิพย์ญาณ ในร่างทรงคุณศราวุฒิ เมืองอินทร์ แต่มีข่าวชาวอินเดีย ในเมืองนาคปุร จำนวนหมื่น เลิกนับถือเคารพพระพรหม-พระศิว-พระวิษณุ กระทำการปฏิญาณตน เป็นพุทธมามกะ โดยกล่าวคำปฏิญาณตน ๒๒ ข้อ ข้าฯปฏิญาณว่า ๑.ข้าฯเลิกบูชาพระพรหม-พระศิวะ-พระวิษณุ ๒.ข้าฯไม่เชื่อว่าพระราม-พระกฤษณะ คือ พระเป็นเจ้าอีกต่อไป ๓.ข้าฯไม่เคารพบูชาเทวดาทั้งหลายของศาสนาฮินดูพราหมณ์อีกต่อไป ๔.ข้าฯไม่เชื่อลัทธิอวตารอีกต่อไป ๕.ข้าฯไม่เชื่อว่า พระพุทธเจ้า คือ องค์อวตาลพระวิษณุ เชื่อเช่นนี้ คือ คนบ้า แค่ ๕ ข้อก็บงชี้แล้ว อีก ๑๗ ข้อ เปิดเวบไซต์ของศูนญ์พิทักษ์พระพุทธศาสนาเองเถิด จบคำปฏิญาณตน ๒๒ ข้อแล้ว จึงกล่าวคำขอพระสงฆ์รับเป็นอุบาสกอุบาสิก ผู้เชื่อนับถือเคารพพระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์ ตลอดชีวิต (พุทฺธํ-ธมฺมํ-สงฺฆํ ยาวชีวิตํ สรณํ คจฺฉามิ) และเทศนาธรรมว่าด้วยไตรสรณคมน์ของพระครูวิมลธรรมรัต เจ้าอาวาสวัดสันติธรรมเชียงใหม่ เทศน์ว่าไตรสรณคมน์ขาดเพราะ ๑.ขาดคารวตาในพระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์ ๒.ไปนับถือพระภูมิ-ภูตผีปีศาจลัทธิไสย ๓.ไปเข้ารีตศาสนาอื่น ๔. ไปนับถือเคารพกราบไหว้บูชาเทพเจ้าของลัทธิพราหมณ์ฮินดู ๕.เชื่อมงคลตื่นข่าว ไม่เชื่อกรรมผลของกรรมดี-ชั่ว คือ ไม่เชื่อว่ากรรมชั่วมีผลเป็นทุกข์-ส่วนกรรมดีมีผลเป็นสุข ๕ ประการนี้ขาดไตรสรณคมน์ กระผมคิดเห็นเองว่าขาดไตรสรณคมน์ ก็หมดสภาพเป็นชาวพุทธด้วย ต้องขอพระสงฆ์รับเป็นพุทธมามกะใหม่อีกใช่นะเนียครับผม